ประเทือง's profile,.-~*'¨¯¨'*·~-.¸-(_ถ้าวั...PhotosBlogListsMore Tools Help

,.-~*'¨¯¨'*·~-.¸-(_ถ้าวันหนึ่งไม่มีเพียงเรา_)-,.-~*'¨¯¨'*·~-.¸

ยินดีต้อนรับ เพื่อนๆทุกคนที่เข้าชม และขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ช่วยแนะนำและสดงความคิดเห็น เพื่อที่ผมจะได้พัฒนา ให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

ประเทือง นามวงค์

Occupation
Location
Interests
เป็นคนผิวดำแดง มีความจริงใจต่อบุคคลที่มีความปารถนาดี
No list items have been added yet.

Video

http://www.youtube.com/watch?v=U6N-nPqFDrU

Custom HTML

No content has been added yet.
No list items have been added yet.

Feed

The owner hasn't specified a feed for this module yet.
No list items have been added yet.
No list items have been added yet.

Video

http://www.youtube.com/watch?v=U6N-nPqFDrU
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
สะท้อนถึงสังคมที่โหดร้าย
No list items have been added yet.
Photo 1 of 3

หากวันไหนมีเพียงเรา

No list items have been added yet.
No list items have been added yet.
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
งานเป็นอย่างไรบ้าง มีสาวยัง สงกรานต์พาสาวคนไหนไปอาบน้ำพ่อแม่หล่ะ5555 ตั้งใจหาน่ะ เดี๋ยวแก่แล้วจะหายาก
 
Mar. 24
แหม ไม่ได้คุยกันนานช่างว่าเหลือเกินน่ะ ที่เห็นน่ะเจ้านายญี่ปุ่นน่ะ แต่ได้ก็ดี และเรียกใครป้าน่ะ เดี๋ยวเถอะ สบายดีน่ะ คุยกันบ้างน่ะ เดี๋ยวมันจะเหมือนคนไม่รุ้จักกัน55555
Mar. 24
สวัสดีค่ะ ไม่ได้มีเวลาออนกันเลยน่ะ  สบายดีไหม  ลืมเราแล้วหล่ะสิ หรือว่ามีแฟนแต่งงานแล้วเลยลืมเพื่อน 555555
Mar. 23
ขอบคุณนะคะ  มีคนให้กำลังใจงี้สู้ตายเลย
Feb. 9
เมืองโบราณค่ะ อยู่แถวสมุทรปราการ  ขอบคุณนะคะที่ชม(สถานที่)  ก้อสวยจริงๆแหล่ะค่ะ 
Feb. 9

เมื่ออ่านแล้วคุณคิดอย่างไร

                        สวัสดีครับผมมีเรื่องที่น่าเศร้าใจอยู่เรื่องหนึ่งที่จะเล่าให้ฟังนะครับ เมื่อเช้าของวันนี้นะครับผมนอนตื่นมาประมาณ 6 โมงเช้า เพราะว่าวันนี้เป็นวันหยุด หลังจากที่ผมมออกทำงานตี 2 ทุกวัน วันนี้นับว่าเป็นวันพิเศษสำหลับผม แต่ก็เหอะ มันก็รู้สึกง่วงอยู่ดี ผมจึงเดินออกไปหาซื้อ กาแฟกิน และช่วงเวลานี้เองที่เป็นเหตุที่ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
                 ในระหว่างทางที่ผมเดินหาซื้อกาแฟนั้น ผมเจอ ป้าคนหนึ่งเดินถือถุงแบบหูหิ้วหรือที่เรียกกันว่าถุงก๊อบแก๊บ ภายในถุงมีปลาท่องโก๋เกลือบเต็มถุง ผมเดินเข้าไปใกล้จึงรู้ว่า แกเดินแจกปลาท่องโก๋ ให้กับหมาจรจัดในระแวกนั้น มีอยู่ประมาณ 15 ตัวเห็นจะได้ ภายในนั้นมีหมาแม่ลูกอ่อนอยู่หนึ่งตัว (ทุกคนคงแปลกใจนะครับว่ายังไม่ถึงฤดูจะมีแม่ลูกอ่อนได้ไงผมขอบอกเลยนะครับว่าผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ผมสังเกตุเห็นว่านมมันคัดมากครับ มันอาจจะใจร้อนหรือไม่อาจถูกข่มขืนก็เป็นได้นะครับ) "แม่ลูกอ่อนตัวนี้และเป็นเหตุที่ผมจะเล่าให้ฟัง" คือในขณะที่มันได้ปลาท่องโก๋จากป้าคนนั้นแล้วมันไม่ยอมกินมันเดินคาบอยู่และตามป้าคนนั้นอีก "สงสัยว่ามันคงจะขออีกอะไรทำนองนั้น" มันคาบตามไปได้สักพักหนึ่ง กีมีรถจักรยานคันหนึ่งมาชนตรงก้นของมัน มันร้อง เอ๋ง!!ๆๆ ทำให้ปลาท่องโก๋หลุดออกจากปากของมัน แล้วมีรถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งขับมาทางตรงกันข้มกลับรถจักรยานซึ่งสวนทางกันมา ได้เยียบเอาปลาท่องโก๋ของหมาแม่ลูกอ่อนตัวนั้น หมาแม่ลูกอ่อนก็เดินไปดมปลาท่องโก๋ที่แบนติดกับพื้นถนนแล้วก็มองตามหลังรถมอเตอร์ไซด์คันนั้น ผมก็ไม่รู้ว่ามันคิดอย่างไง
                 ผมเองก็นึกขำอยู่ในใจมาตลอดนึกถึงแต่คำที่บอกว่า "โลภมากลาภหาย" ในช่วงนั้นผมคิดว่าหมาแม่ลูกอ่อนนั้นโลภมาก ผมลืมนึกถึงว่า หมาแม่ลูกอ่อนนั้นมันมีลุก ผมมาคิดได้ก็ก่อนที่ผมจะเขียนบล็อกนี่แหละครับ ว่ามันน่าสงสาร เพราะมันอาจต้องการเอาไปฝากลูกของมัน มันคงคิดว่าปลาท่องโก๋ตัวเดียวลูกของมันอาจไม่พอแบ่งกันกิน มันจึงอยากได้อีก
                  เฮ้อ!! "ผมหวนนึกถึงว่า" เพื่อนร่วมโลกของเรา คือสัตว์ทุกชนิดที่เกิดมาบนโลกต่างก็ดิ้นลน หากินกันตามยถากรรมใครมีกำลังหรือสติปัญญามากก็ขวนขวายได้มากใครมีปัญญาน้อยก็มีพอกินบ้างไม่พอกินบ้าง ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันแต่ความสามารถไม่เท่ากัน มันเป็นสัจธรรมของสัตว์โลก โดยที่เราจะสังเกจได้ว่า หมาที่เป็นเพื่อนกับมนุษย์มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ มันเป็นสัตว์ที่มีสติปัญญาน้อย หมานั้นขาดมนุษย์ไม่ได้ ถ้าท่านคิดว่าขาดได้ท่านคิดผิดครับ เพราะขนาดหมาจรจัดที่เดินเสียงตายในเมืองถูกรถชนตายเป็นเบือมันก็ยังทนอยู่ในเมืองเพราะถ้ามันออกไปอยู่ในป่ามันคงอดตาย หมามันต้องการให้มนุษย์เลี้ยงดูมันถึงจะเป็นหมาจรจัดก็ตามมันต้องการเพียงเศษอาหารเพื่อเลี้ยงตัวมันเองให้อยู่รอดไปวันๆ มันไม่เคยเอ่ยปากขอเพียงมันแค่สบตาของท่านเท่านั้น จิตสำนึกของมัน มันเกงใจมนุษย์ แต่ทำไมมนุษย์เราไม่เกงใจมันบ้าง ไม่ให้อาหารมันแล้วยัง ขับรถชนมันอีก เป็นหมาพิการง่อยเปี้ยเสียขา ต้องเดินรากขาหากินไปวันๆ ลองคิดดูเถอะครับมันบาดเจ็บล้มตายเพราะความอยากสบายของมนุษย์เราแท้ๆ ถ้ามันขับรถได้แล้วมาชนเรา เราก็คงลำบากเช่นเดียวกับมัน
                 มาถึงตอนนี้ผมนึกถึงคำที่ปู่ผมเล่าให้ฝังเมื่อครั้งที่แกเป็นเด็กแกเล่าให้ฟังว่า "เมื่อสมัยก่อนบ้านเราไม่มีรถ ไม่มีถนน จะมีก็เพียงแต่เกวียนกับวัวควายเท่านั้น การเดินทางไกลหรือบรรทุกสินค้าไปขายในเมือง ก็ใช้ เรือบ้าง บรรทุกเกวียนบ้าง ผักปลาหาได้ สุขสบาย มีชีวิตแบบแบ่งปันเพื่อนบ้านถ่อยที่ถ่อยอาสัยกันและกัน แบบนี้ผมว่ามีความสุขดีนะครับ

ปุยชีวะภาพ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคน ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวผมหน่วยนะครับว่า ผมเป็นคนจังหวัดสมุทรสาคร โดยย้ายถิ่นฐานมาจากจังหวัดนครสวรรค์ ผมเอง เกิดวันที่ 26 มกราคม 2511 อายุปัจุบันก็เหลืออีก 3 วันเท่านั้นผมก็จะมีอายุ 40 ปีพอดีครับ

สาเหตุที่ผมจัดทำบล็อกนี้ขึ้นมา ก็อยากให้เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคน ช่วยกันคิดหาแนวทางการแก้ไขปัญหา ต่างๆ ของธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะลำพัง คนคนเดียวไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน ของคนเรา

เรื่องของผมเองก็มีอยู่ว่า ผมรู้สึกว่า โลกของเรานี้ เกิดมลพิษทางอากาศจำนวนมาก เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ทางด้านอุตสาหกรรม ทางด้านการแข่งขันการอยู่รอดของคนเรา ทำให้เกิดการขาดความคำนึงถึงอนาคตในวันข้างหน้า หรือคิดในแง่ที่ผิด ว่าความร่ำรวยมีเงินทองเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้ ปัจจัยสำคัญของการอยู่รอดของคนเราไม่ใช่การกินอยู่หลอกหรือครับ ทำไมต้องร่ำรวย การที่จะอยู่รอด อยู่ดีมีความสุข คือความสมดุล ตระหากที่จะทำให้คนเราอยู่รอดได้

ผมจะขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ เมื่อครั้งผมยังเด็ก อายุ สัก7 ขวบผมเคยสนุกสนานกับการไล่จับตั๊กแตน ผีเสื้อ หรือแมลงปอ เล่น ผมมีความสุขมาก มันเป็นภาพที่ผมเองได้จดจำไม่เคยลืม วันนั้นฝนตกพล่ำๆ พ่อของผมนั่งถักลอบอยู่ไต้ถุนบ้าน เพื่อจะนำไปดักจับปลาในเวลาน้ำหลากในช่วงเดือนกันยายน แม่ผมเดินถือปี๊บไปจับแมงดาที่ทุ่งนา เพื่อจะนำมาตำเป็นน้ำพลิก ในช่วงเวลานั้น มีฝูงแมลงปออยู่จำนวนมาก อีกทั้งผีเสื้อก็มากมายที่มาตอมดอกบานชื่น ที่กำลังออกดอก เพราะเป็นฤดูฝน สภาพอากาศก็แจ่มใสสามารถมองได้ไกล ทิวทัศน์ก็สวยงามมีต้นไม้เขียวขจี มีนกนางแอนบินว่อนอยู่บนท้องฟ้า มองสูงขึ้นไปก็เห็นนกกระยางตัวสีขาวบินกันเป็นฝูงๆ พอตกเย็นก็จะเห็นฝูกนกกระจาบบินกลับรัง เพื่อที่หาที่เคยนอน บัดนี้และเดี๋ยวนี้ภาพต่างๆเหล่านั้นได้หายไปหมดแล้วมันทำให้ผมคิดเสมอว่ามนุษย์เรานี่แหละที่จะทำลายโลกของเรา เพื่อนๆน้องๆ เคยคิดเป็นห่วงไหมครับว่าถ้าโลกเราขาดความสมดุล อะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่เลวร้ายอาจทำให้มนุษย์สูญพันธ์ก็เป็นได้ เพราะ ห่วงโซ่อาหารได้ขาดสบั้นไปทีละข้อ สัตว์บางชนิดสูญพันธ์ สัตว์บางชนิดเหลือน้อยเต็มที เชื้อโรคต่างๆ เกิดสายพันธุ์ใหม่ เช่นไข้หวัดนก โรคฉี่หนู โรคเอสด์ เหตุที่เป็นเช่นนี้ล้วนเนื่องจาก ขาดความสมดุลของธรรมชาติทั้งสิ้น ผมอยากให้พวกเรา ช่วยกันอนุรักษ์ ธรรมชาติให้มากกว่านี้ อย่าไปคำนึงถึงความสุขอยู่บนความทุกข์ของธรรมชาติเลย เราทำร้ายธรรมชาติมากแค่ไหนธรรมชาติจะเอาคืนเท่านั้น เราเอาชนะธรรมชาติได้ และไม่มีวัน ที่จะชนะ เพราะธรรมชาติเป็นนายเหนือสิ่งมีชีวิต

ในตอนนี้ สิงมีชีวิตบางชนิดใด้สูญพันธ์ ในทางกลับกัน สิงมีชีวิตบางชนิดก็ได้แพร่พันธ์เป็นจำนวนมาก ไม่สามารถควบคุมได้

สิ่งที่มนุษย์เราทำร้ายธรรมชาติ มีทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ

ความเจริญทางสังคม ทางด้านอุตสาหกรรม คือ เราได้ปล่อยก๊าซคาบอนไดออกไซด์ ขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ยานพาหนะต่างๆ รวมทั้งทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เป็นบ่อเกิดแห่งการส่งผลกระทบทำให้ฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดโรคแมลงระบาด แก่กระเกษตรกร พอเกิดโรคแมลงเสียหายแล้ว ชาวเกษตรกร ก็จะใช้สารเคมีเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช ซึ่งส่งผลให้ นกบางชนิดที่กินแมลงเป็นอาหาร ได้สูญพันธุ์ไป อีกทั้งพืชพันธุ์ไม้ไม่อุดมสมบูรณ์ เกษตรกรณ์จึงได้ใช่ปุ๋ยเคมี เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ซึ่งส่งผลกระทบให้ปลาเกิดเป็บแผลตามตัวในช่วงเวลานำลดและตายไป ในเมื่อปลาได้ตายไป ปลาบางชนิด ที่กินลูกหอยลูกปูเป็นอาหารก็ต้องตาย จึทำให้เกิดหอยเชอรี่ระบาดในนาข้าว เกษตรกรก็ใช้ยาเพื่อกำจัดหอยเชื่อรี่อีก ส่งผลให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก ในเมื่อปลาตายมากๆ นกที่กินปลาเป็นอาหาร เช่น นกกระยาง นกกระสา นกกระทุงปากห่าง นกเป็ดน้ำ นกอีโก้ง นกอีกหลายชนิด ได้ตายไป

การแก้ไขปัญหา จะต้องแก้ไขที่ไหน ในฐานะเราเป็นเพื่อนสัตว์โลก ที่อยู่อาศัยร่วมกันโดยกินกันเป็นอาหาร เราไม่ควรฆ่าสิงมีชีวิตโดยไม่จำเป็น อุตสาหกรรมก็ไม่ควรปล่อยของเสียสู่อากาศ เกษตรกรณ์ก็ไม่ควรใช้สารกำจัดแมลง และไม่ควรจุดไฟเผาป่า ต่างฝ่ายช่วยกันก็สามารถแก้ปัญหาได้ถ้าเราไม่เห็นแก่ตัว

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ควรติดตั้งเครื่องกรองฝ่นระอองหรือของเสียโดยให้ควันที่ปล่อยออกจากโรงงานผ่านน้ำเพื่อดักคาบอนด์ โดยติดตั้งมอเตอร์ดูดควันส่งไปยังตัวกรอง ที่มีน้ำ

สำหรับเกษตรกร ให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพ และสารกำจัดแมลงแทนเคมี

สารกำจัดแมลง

ซูเปอร์ EM5 เป็นสารป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชเฉพาะกิจ แทน EM5 ในช่วงที่แมลงลงมาก หรือหมัก EM5 ไม่ทัน ใช้เป็นสารกดใบอ่อน และใช้ ในด้านการประมง การเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการกำจัดเหา เห็บ หมัด รังแค ด้วย

ส่วนผสม

1. EM 1 ส่วน (หัวเชื้อ)

2. กากน้ำตาล 1 ส่วน

3. น้ำส้มสายชูกลั่น 5 % 1 ส่วน

4. เหล้า 35-40 ดีกรี 2 ส่วน

ส่วน ยึดตามภาชนะที่ใช้ตวง ภาชนะหมัก หากทำในปริมาณไม่มาก สามารถใช้ขวดน้ำอัดลมได้ แต่ควรมีลักษณะเป็นฝาเกลียว ปิดสนิท อากาศเข้าไม่ได้

วิธีทำ กรณีที่จะขยายในภาชนะ 1 ลิตร (ภาชนะที่ใช้ต้องมีฝาปิดสนิท) เติมกากน้ำตาล น้ำส้มสายชู และ EM อย่างละ 200 ซีซี (1 แก้ว) และเหล้า 400 ซีซี (2 แก้ว) เขย่าให้ละลาย ปิดฝาให้แน่น หมักไว้ 24 ชั่วโมง แล้วนำไปใช้ได้

*ต้องใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน

วิธีใช้

1. ผสมน้ำ 1,000 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ซูเปอร์ EM5 1 ฝา) ฉีดพ่นช่วงที่มีแมลงศัตรูพืชมาก

2. ใช้กดใบอ่อนระยะผลิดอกออกผล เกิดใบอ่อน ผสมน้ำ 1 : 500 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ซูเปอร์ EM5 2 ฝา)

3. ใช้แก้ปัญหาการประมง เช่น กรณีมีโรคระบาด หรือมีอาการผิดปกติของสัตว์น้ำ ใช้ซูเปอร์ EM5 ไร่ละ 3-5 ลิตร (ขึ้นอยู่กับอาการของโรค)

4. ใช้กำจัดเหา เห็บ หมัด และแมลงต่างๆ ที่เป็นอันตราย รวมถึงรังแคของสุนัข ผสมน้ำ 50 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ซูเปอร์ EM5 1 แก้ว) อาบ หรือฉีดพ่น

5. สามารถใช้ร่วมกับสมุนไพรต่างๆ เช่น สะเดา ตะไคร้หอม ได้

6. สามารถผสมสารจับใบ เช่น กากน้ำตาล นมสด น้ำว่านหางจระเข้ ในอัตราส่วนเท่ากับซูเปอร์ EM5 ได้

ปุ๋ยฮอร์โมน

สารสกัดพืชหมัก (EM Fermented Plant Extract) มีคุณภาพเป็นปุ๋ย ฮอร์โมน และภูมิต้านทานโรค เป็นการนำยอดพืชที่อายุยืน แมลงไม่ชอบ โดยเก็บก่อนถูกแสงอาทิตย์ หรือเป็นพืชอื่นๆ ที่ยังอ่อนอยู่ เช่น หญ้า หน่อไม้ ผลไม้ เป็นต้น ให้ได้หลายๆ ชนิด มาหมักใช้ประโยชน์แทน EM5 ได้ ส่วนผสม

1. ยอดพืชหลายชนิด หน่อไม้ หญ้า หรือผลไม้อ่อน(หล่น) 10 ลิตร

2. น้ำสะอาด 10 ลิตร (ท่วมพอดี)

3. EM100 ซีซี (ครึ่งแก้ว)

4. กากน้ำตาล 100 ซีซี (ครึ่งแก้ว)

5. น้ำทะเล หรือเกลือแกง (ถ้ามี) 1 ช้อน

อัตราส่วน โดยประมาณ

วิธีทำ

- สับหรือหั่นพืชที่ เป็นส่วนผสมให้ละเอียด ใส่ภาชนะหมัก 10 ลิตร เติมน้ำอีก 10 ลิตร (ท่วม พอดี)

- เติมกากน้ำตาล 100 ซีซี หรือประมาณครึ่งแก้ว

- เติม EM 100 ซีซี หรือประมาณครึ่งแก้ว

- เติมน้ำทะเล 100 ซีซี เท่ากัน หากไม่มีเติมเกลือแกง 1 ช้อน

- คนให้เข้ากันแล้วปิดไม่ให้อากาศเข้าออกได้ หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน กรองแยกน้ำและกาก ออกจากกัน กากนำไปฝังเป็นปุ๋ย น้ำใส่ภาชนะปิดฝาเก็บไว้ใช้

วิธีใช้ ผสมน้ำ 500 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ EM F.P.E. 2 ฝา) พ่นได้ทุกระยะ

- ผัก 3-5 วัน/ครั้ง

- ไม้ดอก 7-10 วัน/ครั้ง

- ไม้ยืนต้น พืชไร่ นา เดือนละ 2 ครั้ง

ประโยชน์ เป็นปุ๋ย เป็นฮอร์โมน ทำให้ขั้วเหนียว ผลโต ยาว รสดี และมี ภูมิต้านทานโรค แมลงศัตรูพืชได้ดี ในการหมักนำพืชสมุนไพรผสมด้วยก็ได้

*ต้องใช้ให้หมดภายใน 3 เดือน

ฮอร์โมน ผลไม้

ฮอร์โมนผลไม้ เป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง สามารถเรียกราก ดอก ผลได้ดี ผลสวย รสดี และมีคุณภาพเป็นปุ๋ยด้วย โดยใช้ผลไม้สีเหลือง โดยเน้นผลไม้หาง่าย ราคาต่ำ คุณภาพดี

ส่วนผสม

1. กล้วยน้ำหว้าสุก 2 ก.ก.

2. มะละกอสุก 2 ก.ก.

3. ฟักทองแก่จัด 2 ก.ก.

4. น้ำ 10 ลิตร

5. EM 40 ซีซี

6. กากน้ำตาล 40 ซีซี

วิธีทำ

- สับหรือหั่นผลไม้ทั้งเปลือก ทั้งเมล็ด ให้มีขนาดเล็ก

- นำใส่ภาชนะหมัก

- เติมน้ำสะอาด กากน้ำตาล และ EM ให้เต็มพอดี

- คนให้เข้ากัน ปิดฝา - หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน เปิดฝา ออกจะพบไขมันสีเหลืองลอยหรือติดด้านข้างภาชนะหมัก ใช้ช้อนตักใส่ภาชนะ เก็บไว้ใช้เป็นฮอร์โมนเรียกราก สำหรับกิ่งตอน กิ่งชำ

- กรองแยกกาก - น้ำ ออกจากกัน

กาก นำไปเป็นปุ๋ย (ฝังดิน) หรือผสมเป็นอาหารสัตว์ อาหารปลา

น้ำ บรรจุภาชนะไว้ใช้ เก็บได้นานไม่เกิน 3 เดือน

วิธีใช้

- ผสมน้ำ 500 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ฮอร์โมนผลไม้ 2 ช้อน) พ่นระยะก่อนผลิดอกต่อเนื่องกระทั่งติดผลเล็กๆ

- ไม้ให้ผลผลิตตลอดปี พ่นทุก 15 วัน ตลอดไป

ข้อสังเกต

ไม่ควรนำไปใช้กับผักกินใบ และพืชระยะกำลังเจริญเติบโต เพราะจะทำให้ผลิดอกเร็ว

ฮอร์โมนและสารเสริมอื่นๆ

ยังมีอินทรียวัตถุอีกหลายชนิดที่สามารถนำมาหมักเป็นปุ๋ยหรือฮอร์โมน ที่มีประโยชน์ต่อพืชได้ เช่น ปลา ไส้ปลา หัวปลา หอยเชอรี่ รกสุกร ไข่ นมสด ฯลฯ นำมาหมักกับ EM โดยใช้ EM 1 % กากน้ำตาล 2 % คือ กรณีที่จะหมักในภาชนะ 10 ลิตร ใส่อินทรียวัตถุและน้ำ เติมกากน้ำตาล 200 ซีซี (1 แก้ว) EM 100 ซีซี (ครึ่งแก้ว) ให้พอดีกับภาชนะ หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน แล้วนำไปใช้ได้

หากอินทรียวัตถุที่นำมาหมักมีเคมีผสมมาก เช่น หอยเชอรี่ ควรเพิ่มปริมาณ EM และกากน้ำตาลให้มากขึ้น

หลักการหมัก

- บรรจุให้พอดีกับภาชนะ

- ปิดฝาสนิท ไม่ให้อากาศเข้าออกได้

- บางอย่างต้องสับหรือป่นก่อนหมัก

- หากมีกลิ่นเหม็นต้องเพิ่ม EM และกากน้ำตาลจนกว่าจะหายเหม็น จึงนำไปใช้

วิธีใช้ ผสมน้ำ 500 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ฮอร์โมน 2 ช้อน) ฉีดพ่นเหมือนฮอร์โมนทั่วๆ ไป แต่เน้นที่พื้นดิน จะใช้พ่นที่ใบและต้นบ้างเล็กน้อย ใช้บำรุงดินเป็นอาหารทางรากดีที่สุด

*ต้องใช้ให้หมดภายใน 3 เดือน

หมายเหตุ

การจะทำให้เกษตรธรรมชาติมีผลต่อการผลิดอกออกผลนอกฤดูกาล ต้องทำให้ดินสมบูรณ์ ฮอร์โมนเหล่านี้มีประโยชน์ แต่ต้องไม่ลืมบำรุงดินด้วยโบกาฉิ และมีอินทรียวัตถุคลุมดินสม่ำเสมอด้วย ในการหมักบางครั้งผสมรำละเอียดด้วยก็ให้ประโยชน์เพิ่มขึ้น บางครั้งผสมมะกรูดด้วย กลิ่นจะหอม ไม่เหม็น ไม่ทำให้คุณภาพเสื่อม

EM โบกาฉิมูลสัตว์

EM โบกาฉิมูลสัตว์ เป็นปุ๋ย ใช้บำรุงดิน เป็นอาหารสัตว์ และบำบัดน้ำเสีย ได้ โดยการนำเอามูลสัตว์แห้งป่นละเอียด มาหมักกับแกลบ และรำละเอียด

ส่วนผสม

1. มูลสัตว์ 1 ส่วน

2. แกลบดิบ 1 ส่วน

3. รำละเอียด 1 ส่วน

4. EM + กากน้ำตาล + น้ำ อัตราส่วน 1 : 1 : 500 ผสมแยกไว้ ( น้ำ 1 บัวรดน้ำประมาณ 10 ลิตร EM กากน้ำตาล อย่างละ 20 ซีซี หรือ 2 ช้อน คนให้ละลาย)

ส่วน คือตามภาชนะตวง เป็นปี๊บ กระสอบ หรือรถ ฯลฯ

วิธีหมักวิธีทำ

- ผสมมูลสัตว์กับแกลบให้เข้ากัน

- นำ EM + กากน้ำตาล + น้ำ มารด คลุกให้เข้ากัน ความชื้น 50 % คือใช้มือกำ ส่วนผสมบีบแน่น หากมีน้ำไหลตามง่ามมือ แสดงว่าน้ำมากเติมส่วนผสม หากกำแน่น แบมือออกเป็นก้อนยุ่ยๆ นั้นพอดี หากยัง ไม่เป็นก้อนก็เติมน้ำอีก (ผสม EM + กากน้ำตาล เท่าเดิม)

- เมื่อได้ความชื้นพอเหมาะแล้ว นำ รำละเอียดมาผสม แล้วหมักไว้จนกว่าจะเย็น และแห้ง

วิธีหมัก นิยมหมักเป็น 4 แบบ คือ

1. กองกับพื้นคอนกรีตหรือดินแข็ง ในที่ร่มกันแดดกันฝนได้ ให้เป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า สูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร คลุมด้วยกระสอบป่าน สแลน หรืออื่นๆ กลับกองทุกวันถ้ายังร้อนอยู่

2. หมักในกระสอบปุ๋ย ใช้กระสอบปุ๋ยที่มีรูพรุน (น้ำรั่วได้)

- บรรจุครึ่งกระสอบ มัดปากกระสอบ แล้วตะแคงกระจายปุ๋ยให้เต็ม กระสอบ วางหมักบนไม้รอง กลับกระสอบทุกวัน

- แห้งเย็น นำไปใช้ เวลาจะใช้ป่นให้ละเอียด

3. หมักในตะกร้า,เข่ง โดยบรรจุส่วนผสมในตะกร้า หรือเข่ง ให้สูง ประมาณ 15 เซนติเมตร วางเรียงซ้อนกันได้ คลุมด้วยกระสอบหรือสแลนถึงพื้น

4. หมักแบบไร้อากาศ ขอยกตัวอย่าง 2 แบบ คือ

4.1 บรรจุถุงพลาสติก เช่น ถุงดำ บรรจุทีละน้อย หนาประมาณฝ่ามือ แล้ว อัดแน่น ก่อนมัดปากถุง ไล่อากาศออกให้หมด แล้วมัดแน่น หมักไว้ 15-20 วัน นำ ไปใช้ได้

ใช้ถุงดำก็ได้ แต่ขาดง่าย ควรใส่กระสอบ หรือถุงซ้อนอีกชั้นหนึ่ง

4.2 บรรจุในถังหรือตุ่ม ที่มีฝาปิดสนิท หรือสามารถใช้พลาสติกปิด แล้ว รัดยางแน่นก็ได้ บรรจุทีละน้อย คือให้หนาประมาณ 15 เซนติเมตร แล้วอัดแน่นต่อเรื่อยๆ กระทั่งเต็ม (ต้องให้เต็มภาชนะ) ปิดแน่น หมักไว้ 15-20 วัน

หมายเหตุ หากรีบด่วนหมักอย่างน้อย 7 วันก็ใช้ได้ แต่ 15-20 จะดีที่สุด